“กสิกรไทย” คว้าธนาคารแห่งปี

Financial Services – Five Ways to Start

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือน เม.ย.64 ประกาศผลการจัดอันดับธนาคารแห่งปี 64 หรือ Bank of the Year 2021 โดยใช้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง ในรอบปี 63 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.63 มาพิจารณาจัดอันดับ ปรากฏว่า ธนาคารกสิกรไทย ได้ครองแชมป์ธนาคารแห่งปี 64 โดยปี 63 ธนาคารกสิกรไทย มีกำไรสุทธิสูงเป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ โดยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 29,487.12 ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้นสูงเป็นอันดับ 1 ที่ 12.42 บาท และมีรายได้รวม 176,921.41 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกัน

Improve your Business Growth:

สำหรับปี 64 ธนาคารได้กำหนดยุทธศาสตร์ ที่ดำเนินธุรกิจบนหลักการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มอำนาจให้ทุกชีวิตและธุรกิจของลูกค้าในทุกๆกลุ่ม โดยกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

1.พัฒนายุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้า โดยรักษาการเป็นผู้นำในการให้บริการชำระเงินทางดิจิทัลเพื่อเข้าถึง และให้บริการลูกค้าในสถานที่และเวลาที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงได้ข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมแก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการยกระดับการปล่อยสินเชื่อทั้งด้านธุรกิจและบุคคล เป็นต้น

2. สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ ผ่านการสื่อสารและบริหารประสบการณ์ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับจากการทำธุรกิจกับธนาคาร

3. ยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาวตามโครงการ Transformation 8 โครงการ

สำหรับเป้าหมายทางการเงินปี 64 กำหนดไว้ดังนี้ 1.การเติบโตของสินเชื่อตั้งเป้าที่ 4-6% เน้นการเติบโตสินเชื่อลูกค้าบุคคลที่ 11-13% สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีตั้งเป้าโต 2-4% และสินเชื่อบรรษัทธุรกิจ ตั้งเป้าโต 1-3% 2.NIM ตั้งเป้าที่ 3.1-3.3% สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย 3.รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ตั้งเป้าเติบโตเล็กน้อยที่ Low Single Digit จากธุรกิจบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมรับจากการให้สินเชื่อ และธุรกิจจัดการกองทุน 4.NPL Ratio (Gross) ตั้งเป้า 4.0-4.5% 5.Credit Cost ตั้งเป้าที่ Up to 160 bpsภายใต้ สมมติฐานเกี่ยวกับโควิด-19 รวมทั้งการที่ธนาคารยังคงใช้หลักความระมัดระวังและนโยบายการเงินที่รอบคอบ ในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 6.Cost to Income Ratio ตั้งเป้าที่ Mid-40s โดยให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนและการปรับปรุงผลิตภาพ รวมถึงการลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต.