สินเชื่อ OD คืออะไร

สินเชื่อ OD เป็นสินเชื่ออีกประเภทหนึ่ง นอกเหนือจากสินเชื่อประเภทอื่น เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลแบบเงินสด สินเชื่อหมุนเวียน ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้เพื่อใช้หมุนเวียนนอกจากเงินส่วนตัว รวมถึงการกู้ยืมหนี้นอกระบบ โดยสินเชื่อ OD มีรายละเอียดอย่างไร ต้องใช้เอกสารอะไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง ดูได้ที่นี่

 

1. สินเชื่อ OD คืออะไร 

สินเชื่อ OD หรือ Over Draft คือ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบหนึ่งของธนาคาร ที่เรียกกันว่า ‘สินเชื่อเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี’ โดยมักเป็นนิยมใช้เป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจส่วนตัวเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล (เงินสด) ตรงที่วิธีการคิดดอกเบี้ย

โดยจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนของเงินต้นส่วนที่เบิกออกมา (โดยการสั่งจ่ายเช็ค) เมื่อนำเงินต้นใส่คืนเข้าไปธนาคารก็ถือเป็นการหยุดดอกเบี้ย วงเงินส่วนที่ยังไม่เบิกออกมาก็จะยังไม่คิดดอกเบี้ย

ในขณะที่หากเป็นสินเชื่อเงินกู้ประเภทอื่นนั้นโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล (เงินสด) ที่เมื่อเราได้รับเงินกู้ทั้งก้อนโอนเข้าบัญชี ธนาคารก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยในทันทีและผ่อนตามระยะเวลาที่กำหนดโดยคิดตามจำนวนวงเงินที่ขอกู้เป็นขั้นบันได

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ว่าจะมีความยืดหยุ่นสูงมากเพียงใดแต่สินเชื่อ OD ก็เหมาะที่จะเป็นวงเงินกู้ในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ทั่วไป

 

 

2. เงื่อนไขในการขอสินเชื่อ OD

โดยปกติแล้วธนาคารมักจะไม่ให้ สินเชื่อ OD กับใครง่าย ๆ เนื่องจากอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สินเชื่อเงินกู้ประเภทดังกล่าว เป็นวงเงินที่ควบคุมยากและมักจะถูกใช้ผิดจุดประสงค์บ่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ธนาคารจึงต้องการตรวจสอบผู้กู้ให้แน่ใจก่อนว่า มีความสามารถในการชำระหนี้ (ไม่หนีหนี้) แน่นอนหรือไม่ ซึ่งคุณสมบัติสำคัญเด่นของผู้ขอกู้วงเงินสินเชื่อ OD มีดังนี้

  • เป็นบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 20-65 ปี
  • มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด
  • ไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 30 วัน ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
  • ไม่เคยมีประวัติปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินใด ๆ
  • ไม่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL กับสถาบันการเงินใด ๆ ณ ปัจจุบัน
  • ไม่เคยถูกฟ้องร้องและมีคำพิพากษาเป็นฝ่ายผิดเกี่ยวกับการเงิน ถูกอายัดทรัพย์ เป็นบุคคลล้มละลาย หรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ
  • เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด

เอกสารสำหรับขอสินเชื่อ OD

เอกสารแสดงตน

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาใบสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนการค้า

กรณีนิติบุคคลสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมมา 

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล ไม่เกิน 3 เดือน
  • สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของนิติบุคคล
  • สำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น (ไม่เกิน 3 เดือน)

เอกสารแสดงรายได้

  • สำเนารายการเดินบัญชี (Statement) จากสถาบันการเงิน ย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน (เฉพาะสินเชื่อแบบมีหลักประกันเท่านั้น)

กรณีนิติบุคคลสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมมา 

  • สำเนางบการเงินย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • สำเนา ภ.พ.30 ย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารด้านหลักประกัน

  • สำเนาเอกสารสิทธิหลักประกัน

ขั้นตอนในการขอสินเชื่อ OD เบื้องต้น

1. เลือกธนาคารที่ใช้บริการบ่อยและน่าไว้วางใจ
2. แจ้งจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการขอสินเชื่อ OD
3. นำเอกสารข้างต้นไปยื่นให้ธนาคารที่เลือก จากนั้นรออนุมัติและคุยกันถึงเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินการ

ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อ OD

โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่ต้องเสียมีดังนี้

  • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการให้กู้ 2-3% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ
  • ค่าประกันวงเงิน 5% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ
  • ค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานราชการ เช่น ค่าอากรแสตมป์ เป็นต้น

นอกนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ข้อควรระวัง/ข้อควรรู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ OD

แม้ว่าสินเชื่อ OD อาจจะมีข้อดีในเรื่องของความยืดหยุ่นอย่างข้างต้นที่กล่าวมาแต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อชนิดอื่น และนอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังหรือข้อควรรู้ดังต่อไปนี้

หากใช้เงินกู้สินเชื่อ OD ผิดจุดประสงค์ระวังติดตัวแดง

จุดประสงค์หลักของสินเชื่อ OD คือ เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการระยะสั้นเพื่อรอนำเงินที่ได้จากการทำธุรกิจเข้ามาลดยอดหนี้ เช่น จ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงาน แต่ผู้กู้บางรายกลับนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นหรือใช้กับทรัพย์สินระยะยาว เช่น ซื้อของฟุ่มเฟือย ซื้อรถ ซื้อที่ดินเก็งกำไร ซื้อบ้าน

ผลลัพธ์ คือ กระแสเงินเข้าสู่บัญชีช้าลง ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ ขาดสภาพคล่อง เสียเครดิตเนื่องจากผิดนัดชำระหนี้ และต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงเกินจำเป็น สุดท้ายก็ติดตัวแดงในบัญชี